เรื่องมันมีอยู่ว่า ผมเป็นไบครับ ยอมรับตัวเองว่าเป็นไบมานานแล้วเพราะผมก็เคยคบกับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ตอนผมขึ้นปีหนึ่งผมได้สนิทกับเพื่อนผู้ชายคนนึง สนิทกันมากจนแทบจะบอกว่าไปไหนไปด้วยกันตลอด ผ่านไประยะหนึ่งผมก็ตัดสินใจบอกเค้าว่าผมเป็นไบ เค้าก็ไม่ได้รังเกียจอะไร เราก็ยังสนิทกันเหมือนเดิมครับ ในช่วงนั้นผมกำลังจะเลิกกับผู้หญิงที่ผมคบอยู่เพราะเค้าหลอกผม หลังจากนั้นซักสี่ห้าเดือน ผมก็เริ่มรู้ใจตัวเองแล้วครับว่าผมรักเพื่อนสนิทของผมคนนี้ “รัก”จริงๆครับ เพราะผมยอมทำทุกอย่างได้เพื่อมัน
หลังจากที่ผมรู้ตัวเอง ผมก็ยังทำตัวเหมือนปกติกะมันอยู่ แต่ก็แอบๆช่วย ให้คำปรึกษาเวลามันไปจีบคนที่มันชอบแล้วมีปัญหา ผมทำอย่างงั้นมาระยะหนึ่งจนถึงวันวาเลนไทน์ ผมแกล้งทำเป็นปรึกษามันว่าจะเอาช็อคโกแลตไปให้คนที่ผมรัก มันตอบกลับมาเป็นเชิงว่ารู้แล้วว่าผมรักมัน แล้วมันก็ปฏิเสธที่จะรับช็อคโกแลตครับ วันต่อมาเราก็เคลียร์กันว่าจะเป็นเพื่อนที่รักกันตลอดไป…เรื่องมันคงจะจบลงแล้วแต่ว่า
ยิ่งเวลาผ่านไป ผมกลับทำตัวกับเค้ามากกว่าเพื่อนครับ ผมคุมตัวเองไม่ได้ เรานั่งเรียนด้วยกันตลอด ไปด้วยกันตลอด แต่ผมพยายามเทคแคร์มันมากขึ้น จนมันขอมาเคลียร์อีกรอบ ซึ่งครั้งนี้มันทำให้ผมสงสัยในหลายๆเรื่อง มันบอกกับผมว่า
มันไม่อยากให้ผมทำแบบนี้ มันมากกว่าเพื่อนแล้ว สิ่งที่ผมทำ มันทำให้มันรู้สึกมากกว่า(?? ผมสงสัยว่ามันมากกว่าอะไร)
ผมเลยตอบกลับไปว่า “งั้นเมิงก็อย่ารู้สึกดิ่วะ กุแค่อยากทำให้เมิง” มันตอบผมว่า “กุก็เป็นคนนะเว่ย”
หลังจากนั้นมันก็บอกกับผมว่า ให้กลับมาสู่ทางที่ควรจะเป็น
ผมเลยบอกมันไปว่าผมฝืนในสิ่งที่ผมเป็นไม่ได้ และบอกว่าถ้าผมกะมันจะห่างกันซักพัก มันจะดีขึ้นมั้ย มันอาจจะอึดอัดน้อยลง
มันตอบผมว่า ผมเป็นเพื่อนที่มันรักมากที่สุดแล้ว ถ้าจะให้มันขาดผมไป มันทำไม่ได้(ผมไม่รู้ว่าประโยคนี้หมายถึงในแง่ไหนกันแน่)
หลังจากนั้นผมก็บอกความในใจผมให้มันรู้ครับ บอกไปเยอะมาก
แล้ววันต่อๆมา ก็มีเรื่องที่ทำให้ผมสงสัยอีก คือเราไปเรียนกัน แล้วผมหลับครับ เพื่อนผมอีกคนนึงก็บอกว่าผมหลับแล้วเอียงหัวไปทางที่มันนั่งอยู่ ซักพักมันก็นอนแล้วเอียงหัวมาทางผม ซึ่งหัวผมกับหัวมันแทบจะชิดกันอยู่แล้ว
อีกวันผมก็นอนเอียงหัวไปทางมันซึ่งวันนี้มันไม่หลับครับ แต่เพื่อนผมอีกคนบอกว่าหัวผมกับไหล่ของมันแทบจะชิดกันอยู่แล้ว แล้วมันก็ไม่มีทีท่าว่าจะเขยิบหนีหรืออะไรครับ
หลังจากวันนั้นมันก็ไปเที่ยวต่างประเทศ 7 วัน ซึ่งก็ไม่ได้ติดต่อกันเลยครับ มีแต่ผมที่ไปแปะข้อความไว้ในเอ็มทุกวัน ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันจะได้อ่านมั้ย พอมันกลับมา มันก็ชวนคุยนู่นนี่มากมายเลยครับ ซึ่งก็เป็นธรรมดาของคนที่เป็นเพื่อนอะนะ
วันต่อมาผมก็เจอกับมันที่มหาลัย พอดีว่าลงเรียนซัมเมอร์ด้วยกัน จากที่มีบางคนแนะนำผมมาให้ดูว่าหลังจากที่ห่างๆกันไปจะเป็นยังไง ปรากฎว่า มันกับผมยิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้นครับ แถมมันพูดจาดูอ่อนโยนกับผมมากขึ้น ตอนกลับบ้านผมก็ออนเอ็มในมือถือ มันก็ทักผมมา ถามว่าถึงบ้านรึยัง ซึ่งปกติ มันไม่เคยทักผมเลยครับ แล้วมันก็ไม่เคยถามอะไรทำนองนี้ด้วย แล้วเราก็คุยกันเรื่อยๆจนถึงเรื่องที่มีผู้หญิงคนนึงมาชอบผมครับ มันก็แซวผมมาว่า ผู้หญิงคนนั้นอาจจะเป็นแฟนที่ดีก็ได้ ผมเลยสวนกลับไปว่า “กุเองก็อาจจะเป็นแฟนที่ดีก็ได้” แล้วก็บอกมันว่าพูดเล่นครับ มันก็ตอบกลับมาว่า “มันไม่เหมือนปกติง่ะ” (ผมงงครับ??) ผมเลยถามว่าอะไร มันก็บอกว่า “ไม่เหมือนคนส่วนใหญ่” ผมเลยถามว่าหมายถึงใคร มันก็บอกว่าผม แล้วเราก็คุยเรื่อยเปื่อยนานมากครับนานจนเกินวิสัยของมัน
ทั้งหมดนี้ผมเลยสงสัยครับว่ามันคิดยังไงกับผมกันแน่ บางทีมันเหมือนจะคิด บางทีเหมือนจะไม่คิด มันก็มีผู้หญิงที่มันชอบอยู่แล้ว แต่มันก็แทบไม่ได้แคร์ที่จะจีบเลย ใครพอจะรู้มั้ยครับว่ามันคิดยังไงอยู่ (ขออภัยที่เขียนยาวนะครับ ;b)
ป.ล. มันซื้อของฝากจากที่นู่นมาให้ด้วยครับ ที่ห้อยมือถือมีตัวอักษรตัวแรกของชื่อผม… แล้วมันก็ซื้อสร้อยให้ผู้หญิงที่มันบอกว่าชอบด้วยครับ แล้วก็ซื้อให้เพื่อนๆอีกหลายคนด้วย 555555+ ไม่เกี่ยวเนอะ