<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Gig GaY กิ๊ก เกย์ ดอทคอม &#124; แหล่งรวม คลิป รูป ข่าว เกย์ &#187; สุขภาพ</title>
	<atom:link href="http://www.giggay.com/category/health/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.giggay.com</link>
	<description>เว็บเกย์วาไรตี้ รวมทุกเรื่องราวเกี่ยวกับเกย์ รูปนายแบบ หล่อๆ แชร์ประสบการณ์เกย์ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเกย์ ภาพยนตร์เกย์ รูปผู้ชายเซ็กซี่ หาแฟนหาเพื่อนเกย์ gay</description>
	<lastBuildDate>Wed, 21 Jul 2010 00:00:05 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ความรู้เรื่อง &#8220;โรคเอดส์ HIV&#8221; สาเหตุ อาการ การป้องกัน การรักษา เอดส์</title>
		<link>http://www.giggay.com/484/aids-hiv</link>
		<comments>http://www.giggay.com/484/aids-hiv#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Feb 2009 13:07:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[โรคภัยไข้เจ็บ]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเอดส์ HIV เอชไอวี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.giggay.com/?p=484</guid>
		<description><![CDATA[โรคเอดส์ มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Acquired Immune Deficiency Syndrome มีชื่อโดยย่อว่า AIDS = เอดส์
โรคเอดส์ คือ โรคที่ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายบกพร่องจนไม่สามารถต่อสู้เชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ง่ายกว่าคนปกติ
ขณะนี้โรคเอดส์กำลังระบาดในทวีปอเมริกา ยุโรป อาฟริกา แคนนาดา โรคนี้ได้ติดต่อมาถึงบางประเทศในเอเชีย รวมทั้งประเทศไทย
โรคเอดส์เกิดจากอะไร
โรคเอดส์เกิดจากเชื้อไวรัส มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Human Immunodeficiency Virus (HIV)
โรคเอดส์เป็นกับใครบ้าง
โรคเอดส์ส่วนใหญ่ที่พบในประเทศไทย มักเกิดในพวกรักร่วมเพศ ชายที่เปลี่ยนคู่บ่อย ๆ ปัจจุบันพบว่าเกิดในพวกรักต่างเพศได้ โดยเฉพาะในเพศชายที่ชอบเที่ยวโสเภณี
โรคเอดส์ติดต่อกันได้อย่างไร
โรคเอดส์ติดต่อกันได้หลายทาง แต่ที่สำคัญ และพบบ่อย ได้แก่

 การร่วมเพศกับผู้ป่วยโรคเอดส์ หรือมีเชื้อโรคเอดส์
การรับถ่ายเลือดจากผู้ป่วยโรคเอดส์ หรือมีเชื้อโรคเอดส์
การใช้เข็มฉีดยาที่ไม่สะอาด หรือร่วมกับผู้ป่วยโรคเอดส์
จากแม่ที่ตั้งครรภ์ป่วยเป็นโรคเอดส์ ติดต่อไปถึงลูกที่อยู่ในครรภ์

โรคเอดส์ไม่ติดต่อโดยการเล่นด้วยกัน รับประทานอาหารร่วมกัน เรียนร่วมกัน ไปเที่ยวด้วยกัน หรืออยู่ในครัวเรือนเดียวกัน หากไม่มีความเกี่ยวข้องทางเพศ
อาการของโรค
หลังจากได้รับเชื้อโรคเอดส์เข้าไปในร่างกายแล้ว จะมีระยะฟักตัวประมาณ 2-3 เดือน จึงตรวจพบเลือดบวกต่อโรคเอดส์ ผู้ที่ติดเชื้อไม่จำเป็นต้องมีอาการทุกคน ระยะฟักตัวก่อนมีอาการแตกต่างกันมากจาก 2-3 เดือน ถึง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.giggay.com/484/aids-hiv/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>14</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ระวัง!! ทานวิตามินเกินขนาดอาจมีโทษ</title>
		<link>http://www.giggay.com/345/vitamin</link>
		<comments>http://www.giggay.com/345/vitamin#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Jan 2009 02:54:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลร่างกาย]]></category>
		<category><![CDATA[วิตามินเสริม]]></category>
		<category><![CDATA[โรคภัยไข้เจ็บ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.giggay.com/?p=345</guid>
		<description><![CDATA[การทานวิตามินมีประโยชน์ต่อร่ายกาย แต่ถ้าทานเยอะเกินไปอาจมีโทษต่อร่างกาย

วิตามินโดยทั่วไป หากทานมากเกินไป ไม่มีอันตราย ร่างกายจะขับออก แต่มีวิตามินบางชนิด หากได้รับมาก จะต้องได้รับสารอื่น เช่น หากได้วิตามิน C มากต้องได้แร่ทองแดง ดังนั้น ไม่ควรทานเกินกว่ากำหนด ตัวอย่าง วิตามิน A หากได้มากกว่า 25000 IU จะทำให้ปวดศรีษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ผิวแห้ง คันและผมร่วง หากได้มาก ตับม้ามจะโต ปวดกระดูก
ส่วนวิตามิน D หากได้มากเกิน 50000 IU จะทำให้เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ท้องร่วง น้ำหนักลดและมีพิษต่อตับ และวิตามิน C โดยทั่วไปไม่มีพิษ แต่หากได้เกิน 1 กรัมจะทำให้เกิดคลื่นไส้ ท้องร่วง ตะคริวและเกิดนิ่วที่ไตธาตุเหล็ก หากได้รับขนาดสูง จะระคายกระเพาะและท้องผูก
รู้อย่างนี้แล้ว ควรทานวิตามินแค่พอประมาณจะดีกว่า เพื่อร่ายกายที่แข็งแรง
ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ 
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.giggay.com/345/vitamin/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เจาะลิ้น เจาะอวัยวะเพศ เจ็บแถมเสี่ยงตาย ระวัง!</title>
		<link>http://www.giggay.com/342/342</link>
		<comments>http://www.giggay.com/342/342#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Jan 2009 02:46:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เจาะตามร่างกาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.giggay.com/?p=342</guid>
		<description><![CDATA[การเจาะผิวหนังสามารถทำได้ทั่วร่างกาย แต่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ หากวิธีที่ทำไม่สะอาด ใช้เครื่องมือสกปรก รวมทั้งเจาะบริเวณที่ไม่เหมาะสม เช่น เจาะลิ้น เจาะอวัยวะเพศ ตามที่เป็นข่าวเกรียวกราวอยู่ในตอนนี้


รศ.พญ.พรทิพย์ ภูวบัณฑิตสิน สาขาตจวิทยา (ผิวหนัง) ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การเจาะผิวหนังที่นิยม คือ บริเวณติ่งหู อาจเจาะมากกว่า 1 รู ตามความชอบของแต่ละบุคคล ในบางรายเจาะเป็นช่องขนาดใหญ่จนใส่ถ่านไฟฉายได้
ส่วนบริเวณอื่น ๆ ที่มีการเจาะ เช่น
ใบหูด้านบนและติ่งหูด้านใน จะเจาะผ่านกระดูกอ่อนเป็นช่องขนาดใหญ่กว่าห่วงตุ้มหูเพื่อให้ทำความสะอาดง่าย แผลจะหายช้ามาก
ปลีกจมูก นิยมเจาะบริเวณร่องจมูกซึ่งติดกับสันจมูก
ผนังกั้นช่องจมูกเหนือ ริมฝีปากบน เจาะระหว่างรอยต่อของกระดูกอ่อนของผนังกั้นช่องจมูกกับเนื้อของจมูกซึ่งหัก จากปลายจมูก ต่อกับร่องริมฝีปากบน เมื่อใส่ห่วงจะห้อยลง
คิ้ว เจาะได้ตลอดแนวคิ้ว แต่นิยมเจาะปลายคิ้ว
ริมฝีปาก เจาะบริเวณใดก็ได้ตลอดแนวริมฝีปาก โดยเจาะให้รูเจาะด้านหนึ่งอยู่นอกริมฝีปาก อาจใส่เป็นห่วงหรือตุ้มประดับ
ง่ามนิ้ว มักเจาะง่ามนิ้วระหว่างหัวแม่มือและนิ้วชี้ เนื่องจากมือจะต้องใช้งานจึงทำให้แผลหายยาก
หัวนม พบว่า แผลบริเวณนี้จะหายช้า
สะดือ นิยมใน ผู้หญิงในสมัยโบราณ ชาว อียิปต์นิยมการเจาะผิวหนังบริเวณสะดือเช่นกัน แผลจากการเจาะบริเวณสะดือจะหายช้ามาก
ลิ้น เจาะบริเวณกลางลิ้น ห่างจากปลายลิ้น 1 นิ้ว เพื่อมิให้เจาะทะลุผ่านหลอดเลือด เครื่องประดับที่นิยมใส่เป็นลักษณะตุ้ม
การดูแลหลังเจาะจะเหมือนการเจาะหู [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.giggay.com/342/342/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทานขนมหวานมากๆ ระวังสิวเห่อ</title>
		<link>http://www.giggay.com/304/acne</link>
		<comments>http://www.giggay.com/304/acne#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Jan 2009 18:39:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลผิวพรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลร่างกาย]]></category>
		<category><![CDATA[สิว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.giggay.com/?p=304</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;ความหวาน&#8221; เป็นบุคลิกในตัวเป็นเรื่องดี แต่ถ้าชอบ &#8220;กินหวาน&#8221; คุณหมอขอบอก ผิวเหี่ยวก่อนวัย มีสิวเห่อ ไขมันเพิ่ม ความอ้วนตามถามหา คงไม่มีใครอยากเป็น &#8230; ฉะนั้น ต้องฟังคำแนะนำต่อไปนี้


แพทย์ผิวหนังเตือนให้ระวังการฉลองปีใหม่ด้วยการเลี้ยงฉลอง ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่  กินขนมหวาน ล้วนส่งผลเสียต่อผิว ทำให้เกิดโรคผิวหนังสารพัดชนิด ผิวเหี่ยวแก่ก่อนวัย และมีสิวเห่อได้
ในช่วงย่างกลายเข้าเทศกาลปีใหม่ 2552 นี้ นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร แพทย์อเมริกันบอร์ดสาขาโรคผิวหนัง อดีตนักวิจัยสถาบัน สุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา มีความรู้มาบอกว่าว่า ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้  มักนิยมมอบขนมหวาน เช่น เค้ก คุกกี้ ช็อกโกแลต ลูกกวาด ให้เป็นของขวัญปีใหม่
เพราะล่าสุด มีงานวิจัยชี้ว่า การกินอาหารที่มีน้ำตาลสูงกระตุ้นให้สิวเห่อ อาหารที่มีน้ำตาลสูงทำให้มี อินซูลินในเลือดสูงขึ้น ซึ่งภาวะนี้นำไปสู่การมี insulin-like growth factor -1 (IGF-1) มากขึ้น IGF-1 ทำให้ผิวหนังแบ่งตัวเร็วและหนาตัว จึงทำให้เกิดก้อนไขมันอุดตันในรูขุมขน และเกิดสิวตามมา นอกจากนั้น IGF-1 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.giggay.com/304/acne/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฟิตก้นสวยด้วย 3 ขั้นตอน</title>
		<link>http://www.giggay.com/118/fitbotto</link>
		<comments>http://www.giggay.com/118/fitbotto#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Jan 2009 03:39:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลร่างกาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.giggay.com/?p=118</guid>
		<description><![CDATA[วิธีง่ายๆ ในการเพิ่มความกระชับให้กับบั้นท้าย ในระหว่างการใช้ชีวิตปกติของคุณในแต่ละวัน

1. ให้ตั้งลำตัวตรงด้วยเข่าทั้งสองข้าง วางแขนสองข้างปล่อยสบายอยู่ข้างลำตัว ปลายนิ้วแตะไว้ที่ต้นขา
2. หายใจเข้าให้ลึก ค่อยๆ เอนตัวไปด้านหลัง ให้รักษาตำแหน่งของหลัง ลำตัวและต้นขาทั้งสองข้างให้เหยียดเป็นแนวเส้นตรง พยายามเกร็งกล้ามเนื้อตั้งแต่ช่วงต้นขาไปจนถึงกล้ามเนื้อก้นให้ตึงเท่าที่จะ ทำได้ ยิ่งสามารถทำ ให้ตึงมากเท่าไหร่ก็จะทำให้เอนลำตัวไปด้านหลังได้มากยิ่งขึ้นตามที่ต้องการ
3. หยุดค้างไว้ 5 – 10 วินาที แล้วปล่อยลมหายใจออกและเอนตัวขึ้นมาเพื่อยิ่งขึ้นกลับไปสู่ท่าเริ่มต้น เริ่มจากวันละ 5 ครั้งในสัปดาห์แรก แล้วเพิ่มเป็นวันละ 10 ครั้งในสัปดาห์ที่ 2 และ 3 หลังจากนั้นค่อยเพิ่มเป็นวันละ 15 ครั้ง ในสัปดาห์ที่ 4 และ 5 ก็จะทำสามารถสังเกตเห็นได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของบั้นท้ายที่จะกระชับ
ที่มา Kapook.com
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.giggay.com/118/fitbotto/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
